Training Tips

วิธีการเลือกหมวกจักรยาน

August 10 2019, Saturday

หมวกกันน็อก คือ อุปกรณ์ความปลอดภัยชิ้นสำคัญที่ไม่ควรละเลย จากข้อมูลสถิติของ Bicycle Helmet Safety Institute พบว่าอุบัติเหตุทางจักรยานที่เกิดขึ้นหมวกกันน็อกจักรยานสามารถป้องกันอันตรายศีรษะได้มากถึง 88%

หมวกกันน็อก ทำมาจากโฟมที่เรียกว่า พอลิสไตรีน( polystyrene foam ) เป็นโฟมเนื้อแน่น แข็งและมีความเหนียวอยู่บ้าง แต่เมื่อถูกกระแทกก็จะแตกหักได้ทันที ซึ่งโฟมพวกนี้ทำหน้าที่เป็นตัวซับแรงกระแทกของศีรษะของเราเวลาเกิดอุบัติเหตุ

และที่สำคัญที่สุด หมวกกันน็อกต้องได้รับมาตรฐานที่ถูกต้อง เช่น มาตรฐานรับรองการผลิต มาตรฐานหมวกกันน็อกที่ส่วนใหญ่ต้องมีคือ ม.อ.ก รับรอง หรือเมืองนอกก็มี เช่น มาตรฐาน DOT รับรอง แต่ในต่างประเทศ เค้าก็มีการแบ่งมาตรฐานการรับรองออกเป็นหลายโซนตามประเทศ เช่น อเมริกา CPSC (Consumer Product Safety Commission) ยุโรป CE sticker ออสเตรเลีย AS/NZS

การเลือกหมวกกันน็อกควรเลือกจากอันดับแรกเลย คือ ขนาด ควรจะวัดรอบหัวบริเวณหน้าผากล่างลงมานิดหน่อย บริเวณช่วงเหนือคิ้วขึ้นมา เมื่อวัดได้แล้วก็นำค่ามาเทียบตามรูป เราก็จะรู้ว่าหมวกกันน็อกของเรานั้น ไซส์เท่าไหร่

เมื่อได้ขนาดแล้ว ก็มาดูลักษณะการใช้งาน หากเป็นรถจักรยานเสือหมอบ ก็เน้นความลู่ลม มีรูได้ แต่อย่าเยอะมาก แต่หากเป็นเสือภูเขา ต้องมีรูเยอะพอสมควร เพราะรถไม่ได้เร็วเท่าเสือหมอบ ทำให้ต้องมีรูระบายอากาศเยอะหน่อย

หลักการสวมใส่หมวกกันน็อกที่ถูกต้อง

ในการปรับความพอดี อันดับแรกต้องหมุนปรับให้หมวกหลวมกว่าศรีษะเล็กน้อย จากนั้นก็จัดการสวมหมวกให้เข้าที่ ไม่เชิดเกินไปและไม่ก้มจนลงมาบังตา หลังจากนั้นก็หมุนปรับให้หมวกกระชับกับศรีษะพอดี

หลังจากนั้น ก็ติดสายรัดคาง อย่าให้แน่นจนรัดคอหายใจลำบาก หรือ อย่าให้หลวมเกินไป จนอาจจะทำให้หมวกหลุดได้ พูดง่ายๆคือ ใส่แล้วรู้สึกพอดี ก้มได้ เงยสะดวก

ปัจจุบัน มีเทคโนโลยีใหม่ที่ชื่อว่า MIPS Multi-directional Impact Protection System (MIPS) ซึ่งคือระบบที่ช่วยให้หมวกยึดกระชับกับศีรษะของผู้ใส่มากที่สุด เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ หมวกจะไม่หลุดและป้องกันการกระแทก โดยไม่เสียดสีกับศีรษะ และนอกจากการป้องกันที่ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้หมวกกระชับกับศีรษะของผู้ใส่มากขึ้น

การเปลี่ยนหมวกกันน็อก ควรจะทำเมื่อหมวกมีการชำรุดจากการล้ม หรือตกจนโครงสร้างหมวกเสียหาย หรือใช้หมวกมานานเกิน 5 ปีแล้ว ซึ่งถือเป็นอายุการใช้งานปกติของวัสดุที่ใช้ผลิตหมวกกันน็อก (นับจากวันผลิต)

และที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งเลยก็คือการซื้อหมวกกันน็อกปลอม หรือละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะของที่ไม่ได้มาตรฐาน คุณภาพต่ำ ไม่สามารถปกป้องศีรษะได้ดีเท่าหมวกกันน็อกแท้