RIDER OF THE MONTH – SEPTEMBER

September 19 2019, Thursday

สวัสดีชาว Bangkok Bank CycleFest ทุกท่าน!
วันนี้เรามีเรื่องราวของคุณ Rod Fountain นักปั่นแห่งเดือนกันยายนมาแบ่งปันให้ได้อ่านกัน

 

สวัสดีครับ

ในการแข่งปีที่แล้ว ผมได้เข้าร่วมทีมสมัครเล่นชื่อทีม Citi-Thaioil และเป็นการลงแข่งรายการใหญ่ครั้งแรกของผมให้ทีมนี้ ผมเลยไม่แย้งการตัดสินใจของหัวหน้าทีมที่จะพาเราลงแข่งรุ่นทั่วไป แทนที่จะเป็นรุ่นที่เหมาะกับอายุของพวกเรา ในตอนนั้นผมคิดว่าตัวเองฟิตพอ ไม่มีอะไรต้องห่วง ผมเคยลงแข่งแต่รุ่นอายุ 40-49 แต่รุ่นทั่วไปเราต้องเริ่มปั่นตอน 10:30 ซึ่งไม่ใช่แค่อากาศที่ร้อนเป็นพิเศษ แต่การแข่งขันก็ดูจะดุเดือดกว่าด้วย

ผมมองไปรอบ ๆ แล้วรู้เลยว่า Konstantin Fast จะชนะเพราะเคยเห็นเขาในงานแข่งอื่น ผมหวังว่าผมจะเข้าเส้นชัยลำดับกลางตารางพร้อมกับนักปั่นแถวหน้าคนอื่น ๆ ซึ่งในขณะที่ความคิดกำลังแล่นอยู่ในหัว ผมสังเกตเห็น Andy Schleck ณ จุดปล่อยตัว แต่โชคดีที่เขาแค่ทำหน้าที่สั่งเริ่ม ไม่ได้มาแข่งกับพวกเรา เมื่อ Andy สั่งปล่อยตัวผมเกือบควบคุมตัวเองไม่อยู่แต่ก็สายไปแล้วพวกเรากำลังเริ่มการแข่งขัน

สนามนี้เป็นหนึ่งในสนามที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยแข่งมา แต่เสียดายที่ไม่มีเวลามากพอจะชื่นชมสิ่งสวยงามข้างทาง ซึ่ง Konstantin ได้ปั่นนำไปแบบไร้วี่แวว ทำให้หน้าที่ของผมคือคอยไล่ตามกลุ่มนำ การมีเพื่อนร่วมทีมอย่าง Nathan และ Noel อยู่กับผมนั้นทำให้รู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น เมื่อปั่นรอบแรกเสร็จ พวกเรารู้สึกมั่นใจขึ้นเพราะสำเร็จไปแล้วหนึ่งรอบ เหลืออีกสองรอบ ถ้าฟอร์มเรายังเป็นแบบนี้ต่อไปมันจะไม่มีปัญหาอะไร

แต่การแข่งก็คือการแข่ง นักปั่นรุ่นทั่วไปที่อายุยังน้อยอยู่รอบ ๆ ผมเร่งความเร็วเหมือนกับเครื่องเจาะหิน และเริ่มโชว์ศักยภาพของนักปั่นวัยรุ่นที่ควงบันไดจักรยานเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้มาได้ครึ่งทางของรอบที่สอง พระอาทิตย์กำลังอยู่เหนือหัว ผมรู้สึกได้ว่าถูกความร้อนแผดเผาจากทุกทิศทาง แสงแดดเริ่มแรงขึ้นและทุกคนต้องการที่หลบแดด น่าเสียดายเพื่อนร่วมทีมของผมหลุดออกจากกลุ่มที่ตามหลัง Konstantin อยู่ไกล ๆ  ผมคิดว่าอีกรอบที่เหลือจะต้องทรมานมากถึงมากที่สุด แต่ผมฝึกซ้อมมาอย่างหนักเพื่อสิ่งนี้ แม้จะไม่ได้ปั่นนำคนในกลุ่ม แต่ผมแสดงให้เห็นว่าผมไม่ได้เป็นแค่ผู้ตาม

ในรอบสุดท้าย ขณะกำลังปั่นขึ้นเนินผ่านทุ่งดอกไม้สีเหลือง ผมรู้สึกเหมือนได้หนีออกมาจากการแข่งเหมือนกับ Andy Schleck แต่แสงแดดเริ่มแรงเกินจะรับไหว น้ำที่เตรียมไว้ก็หมดแล้ว ผมก้มมองแขนขาว ๆ ของชาวยุโรปแบบผม มันชุ่มเหงื่อและเริ่มเข้มขึ้นจากการถูกแดดเผา ผมคิดในใจว่า การแข่งขันสนามนี้โหดมาก ใกล้จะเข้าเส้นชัยแล้วถ้าปั่นผ่านเนินนี้ไปได้ แต่แน่นอนว่ามันต้องเหนื่อยมากขึ้นเป็นพิเศษเพราะทุกคนพยายามเร่งความเร็วเพื่อเข้าเส้นชัย ถึงแม้ตอนปั่นขึ้นเนินจะทรมานแต่ก็เทียบไม่ได้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

การปั่นลงเนินครั้งนี้จะเป็นการปั่นผ่านรถไฟครั้งสุดท้าย และผมเข้าโค้งที่ความเร็วกว่า 70 กม./ชม. ก่อนยูเทิร์นตอนจบ แน่นอนว่าพวกเราทั้ง 9 คนผ่านจุดนั้นมาได้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อเก็บแรงที่เหลืออยู่ไว้ใช้ในอีกไม่กี่ร้อยเมตรสุดท้าย การไล่ตามก่อนถึงเส้นชัย 1 กม.กำลังเริ่มขึ้น บางครั้งผมนำ บางครั้งอยู่ตรงกลาง และบางครั้งอยู่รั้งท้ายกลุ่ม สู้ต่อไปเพื่อลำดับการแข่งขันและลมหายใจ ผมอยากทำให้ทีม Citi-Thaioil ภูมิใจ 300 เมตรสุดท้ายนี้ผมคิดว่าระยะของผมสามารถติดอันดับ Top 5 ได้ แต่อยู่ดี ๆ มีนักปั่นสปรินต์ผ่านผมไปอย่างรวดเร็ว ผมได้แต่มองตำแหน่ง ​Top 5 ที่หลุดลอยไป ผมเข้าเส้นชัยอันดับสุดท้ายของกลุ่ม แต่ได้อันดับที่ 10 ของการแข่งขันมาครอง

ผมนอนลงกับพื้น พาดจักรยานไว้กับต้นไม้และพูดออกมาว่า “จะไม่ปั่นจักรยานอีกแล้ว”  เพื่อนในทีมท้วงกลับมาว่า “จนกว่าถึงการแข่งขันรุ่นจับเวลาแบบทีมในวันพรุ่งนี้”

หนึ่งปีผ่านไปตั้งแต่การแข่งขันครั้งนั้น และผมยังรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อนึกถึงการแข่งขันของปีนี้ ผมแข่งมาหลายสนามเพื่อทีมในปีที่แล้วและแข่งชนะบ้างเป็นครั้งคราว แต่การแข่งขันรุ่นทั่วไปของงาน Bangkok Bank CycleFest ยากที่สุดตั้งแต่ที่ผมเคยแข่งมา

และแน่นอน ผมลงแข่งขันรุ่นทั่วไปอีกครั้งในปีนี้

Rod Fountain